เกมเท่ากันเป๊ะ ต่างก็มีค่าเฉลี่ยการเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งในลีกได้ 11 ครั้ง

เกมเท่ากันเป๊ะ ต่างก็มีค่าเฉลี่ยการเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งในลีกได้ 11 ครั้ง

เกมเท่ากันเป๊ะ หลังจากก่อนหน้านี้ดวลกันในเกมลีกกับ เอฟเอ คัพ มาอย่างละ 1 นัด

เกมเท่ากันเป๊ะ นอกจากจะเป็นการดวลกันของทีมใหญ่ และเป็นศึกที่มีศักดิ์ศรีเป็นเดิมพันแล้วนั้น นี่ยังเป็น
การเจอกันของ 2 ทีมที่มีเกมรุกดีเป็นอันดับต้นๆ ของ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ด้วย หลังจากที่ แมนฯ ยูไนเต็ด
ยิงในลีกไปแล้ว 64 ลูก

จนถือเป็นทีมที่ทำประตูได้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีก ส่วน ลิเวอร์พูล ตามมาเป็นที่ 5 ในชาร์ตนี้ หลังทำ
ไปแล้ว 55 ประตูเนื่องด้วยโอกาสพิเศษแบบนี้ วันนี้เราเลยจะมาลองวัดกันว่าเกมรุกในแต่ละด้านของ แมนฯ
ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล กับการเล่นใน พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาล 2020-21

แตกต่างกันมากแค่ไหน เว็บไซต์ด้านบันทึกสถิติการเล่นชื่อดังถือเป็นการเจอกันครั้งที่ 3 ในฤดูกาล 2020-21
ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล หลังจากก่อนหน้านี้ดวลกันในเกมลีกกับ เอฟเอ คัพ มาอย่าง
ละ 1 นัด ซึ่งผลการแข่งขันแบ่งเป็นการเสมอกัน 1 ครั้ง และเป็นชัยชนะของ “ปีศาจแดง” 1 หน

เกมเท่ากันเป๊ะ

– การผ่านบอล ลิเวอร์พูล ถือเป็นทืมที่มีเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลเข้าเป้ามากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของลีกจนถึงก่อน
โปรแกรมในสุดสัปดาห์นี้ หลังจากทำได้ถึง 85.8 เปอร์เซ็นต์ แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าคู่อริ
ตัวฉกาจมากเท่าไหร่ เพราะพวกเขาตามมาติดๆ

เป็นอันดับ 4 ที่ตัวเลข 84.9 เปอร์เซ็นต์ในส่วนการผ่านบอลที่เป็นจังหวะสำคัญนั้นลิเวอร์ พูลก็ยังทำได้ดี
กว่า หลังจากทำได้ 11.4 ครั้งต่อเกม ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับ 3 ของลีก แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไล่จี้มาแบบ
หายใจรดต้นคอเพราะทำได้ 11.2 ครั้งต่อเกม จนทำให้พวกเขาเป็นอันดับ 4 ในชาร์ตนี้

นอกจากนี้ ลิเวอร์ พูลก็ยังมีจังหวะผ่านบอลที่นำไปสู่จังหวะลุ้นประตูได้ 363 ครั้ง

สูงเป็นอันดับ 3 ของลีกเช่นกัน ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ตามมาเป็นที่ 4 อีกรอบ ด้วยจำนวน 356 หน
– การเลี้ยงบอลและการครองบอล บังเอิญเหลือเกินที่จนถึงตอนนี้ทั้งแมน ฯยูไน เต็ดและลิเวอร์ พูลต่าง
ก็มีค่าเฉลี่ยการเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งในลีกได้ 11 ครั้งต่อเกมเท่ากันเป๊ะ

ทำให้ทั้งคู่เป็นอันดับ 4 ร่วมกันในชาร์ตการเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้มากที่สุดต่อ 1 เกม โดย 3 ทีมที่อยู่
เหนือพวกเขาคือ ฟูแล่ม (13.4 ครั้งต่อเกม),แมน ฯซิตี้ (12.8 ครั้งต่อนัด) และ วูล์ฟส์ (12.2
หนต่อเกม)อย่างไรก็ตาม ในด้านการเก็บบอลเอาไว้กับตัวนั้น แมน ฯยูไน เต็ดเกมเท่ากันเป๊ะ

ทำได้ดีกว่านิดหน่อย เพราะพวกเขาโดนคู่แข่งฉกบอลไปจากเท้า 9.7 ครั้งต่อเกม โดยถึงแม้แมน ฯ ยู
ไนเต็ด จะเป็นทีมที่เสียบอลในด้านนี้มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ร่วม แต่ก็ยังดีกว่าลิเวอร์ พูลที่มีตัวเลขด้าน
นี้อยู่ที่ 10.2 ครั้งต่อนัดจนถือว่าสูงเป็นอันดับ 2 ร่วมของลีกเลย เกมเท่ากันเป๊ะ

– ประสิทธิภาพการยิง จนถึงปัจจุบันลิเวอร์ พูลเป็นทีมที่มีโอกาสทำประตูมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีก
หลังมีจังหวะยิงถึง 15.5 ครั้งต่อเกม ส่วนแมน ฯ ยูไน เต็ดตามมาเป็นที่ 4 ด้วยตัวเลข 14.4 ครั้งต่อนัด
แต่หากเจาะลึกลงไปแล้วจะพบว่าแมน ฯ ยูไน เต็ดมีประสิทธิภาพการยิงที่ดีกว่านิดหน่อย

เกมเท่ากันเป๊ะ

เพราะพวกเขามีจังหวะยิงตรงกรอบ 5.8 ครั้งต่อนัด ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับ 1 ของลีกร่วมกับ แมนเชสเตอร์
ซิตี้ ขณะที่ลิเวอร์ พูลทำได้ 5.6 ครั้งต่อเกมจนอยู่ที่ 3นอกจากนี้แมน ฯ ยู ไนเต็ดยังมีผลต่างระหว่าง
จำนวนประตูที่น่าจะเป็น กับประตูที่เกิดขึ้นจริงๆ ถึง +7.9 ด้วย เกมเท่ากันเป๊ะ

โดยสถิติด้านนี้หมายความว่าแมน ฯยู ไนเต็ดทำประตูได้มากกว่าที่ควรจะเป็นจริงๆ ถึง 7.9 ลูก ส่วนของ
ลิเวอร์พูล อยู่ที่ -8.8 โดยสถิติ “จำนวนประตูที่น่าจะเป็น” นั้น เป็นการประเมินในเรื่องที่ว่าจังหวะนั้นๆ
ควรจะเป็นประตูเมื่อพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ อย่างเช่นมุมของลูกยิง, ทิศทางการยิง และเรื่องที่ว่ามีคู่แข่ง
ขวางทางลูกยิงมากแค่ไหน เป็นต้น ฟันธงผลคู่หยุดโลกผลบอลสด 7M

Share